ความต้องการด้านพลังงานเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว อุปสงค์โลกในเรื่องพลังงานก็สูงขึ้นถึง 56% ระหว่างปี 2010 และ 2040 โดยส่วนใหญ่มาจากประเทศกำลังพัฒนา (ข้อมูลจาก US Energy Information Administration 2013) จากข้อมูลอ้างอิงของธนาคารโลก เรื่อง ข้อเท็จจริงด้านพลังงาน ว่าปัจจุบันมีประชากร 1.2 พันล้านคน (หรือ 20% ของประชากรโลก) ที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เฉพาะในประเทศอินเดียมีประชากร 300 ล้านคนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ และอีก 400 ล้านคนใช้พลังงานไฟฟ้าได้อย่างจำกัด สำหรับประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ในปี 2015 ประเทศไทยมีการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ย 168,620 กิกะวัตต์ชั่วโมง นับเป็นอันดับที่ 24 ของโลก โดยความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าขยายตัวเฉลี่ยปีละ 4-5% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
วิธีแก้ปัญหาด้วยแก๊สซิฟิเคชัน
จากการที่ต้องเผชิญปัญหาต้นทุนการกำจัดขยะที่สูงขึ้นมากและความต้องการด้านการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลายประเทศจึงหันมาให้ความสนใจกับแก๊สซิเคชัน ซึ่งพิสูจน์ได้นานแล้วว่าทำได้จริง รวมทั้งเป็นวิธีการกำจัดขยะอย่างถูกต้อง มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด และสามารถแปรรูปขยะเป็นพลังงานทดแทน หรือใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอื่น ๆ ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า ปุ๋ย เชื้อเพลิงสำหรับการขนส่ง และการผลิตสารเคมี โดยเฉลี่ยโรงงานกำจัดขยะแบบเก่าที่ใช้เตาเผาขนาดใหญ่สามารถแปรรูปขยะชุมชนให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ 550 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าและสะอาดกว่าในการแปรรูปแหล่งพลังงานของแก๊สซิฟิเคชัน ขยะชุมชนปริมาณ 1 ตัน สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 1,000 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง แก๊สซิฟิเคชันจึงเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยมนุษย์ในเรื่องการกำจัดขยะและการผลิตพลังงานที่สามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตหรือนำไปใช้งานอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย
